Lomosonic(2)

posted on 03 Sep 2009 02:17 by ambaschobsanti

จาก เอนที่เก่า ที่ผมพูดถึงโลโมโซนิคไป วันนี้เป็นวันที่ผมอยากกลับมาเขียนถึงพวกเขาอีกครั้งหนึ่งหวังว่าคงไม่ว่ากันนะ

ผมจำได้ว่าเมื่อประมาณเดือนก่อน ตอนกำลังนั่งเล่นๆมายสเปสไปเรื่อย เลยคิดในใจเล่นๆว่าโลโมจะมาลาดกระบังอีกปะวะ เลยเข้าไปในมายสเปสของวงโลโมเล่นๆดู แต่ปรากฎว่าดูที่ตารางงานแล้วแทบกรี๊ด

Smallroom campus tour @ KMITL

ตอนแรกลงไว้ว่ามาวันที่ 24 สค แต่ตอนหลังเปลี่ยนเป็นวันที่ 2 กย แทน

จากครั้งแรกที่ผมได้ดูวงนี้มา ครั้งแรกตอนนั้นคนดูไม่เยอะครับ ผมนั่งติดเวทีแทบจะดมตีนศิลปินเลยทีเดียว ตอนนั้นผมนั่งดูเพราะว่าไม่มีคนยืนเลย ตอนหลังยังนึกเสียดายเลยที่ไม่ได้ยืน

 

โลโมมาครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งทีแล้วครับ คนละเรื่องเลย คนเยอะมาก ร้อนมาก เบียดมาก และมันมาก จากวงที่มาในครั้งแรกผมยอมรับว่าฟังของสมอลรูมมาก็หลายวง แต่ไม่เคยได้ยินเเลยโลมงโลโมเนี้ย แต่ก็อย่างที่ผมเคยบอกกับหลายคนครับว่า

"มึงต้องดูแมร่งเล่นสดเว้ย สุดยอดชิบหาย"

ครับหลังจากวันนั้นผมแนะนำให้เพื่อนหลายๆคนฟังซึ่งหลายๆคนก็ไม่สนใจ 

แต่ในครั้งนี้ผมว่าโลโมโซนิคได้ทำให้ทุกคนในหอประชุมที่ลาดกระบังในวันนี้เห็นแล้วครับ ว่าวงนี้แมร่งเจ๋งแค่ไหน

เห็นถึงความมัน ความเต็มที และความทุ่มเทของวง ถึงขนาดปืนขึ้นไปร้องด้านบน เหนือจากขอบเวทีสูงขึ้นไปประมาณ 5 เมตร และโดดลงมา สะใจซะยิ่งกว่าโดดลงมาจากเวทีในรอบที่แล้วเสียอีก

รอบนี้มันกว่ารอบที่แล้วหลายเท่ามาก เพราะสาเหตุหลายๆอย่าง ผมร้องเพลงได้ทุกเพลงแล้ว คนดูยืนดูกันทุกคน เสียงคนดูในหอประชุมดังกว่ารอบที่แล้วเยอะมาก และในครั้งนี้ วงเอนเตอร์เทนคนดูเจ๋งมากครับ ถึงแม้ซาวจะไม่ค่อยดี แต่ก็มันได้ขนาดนี้

 

 เอ็มวีตัวใหม่ของทางวง ยังเจ๋งเหมือนเดิม

ปล.ขอบคุณสำหรับลายเซนที่แผ่นซีดีครับ ผมกลัวแทบแย่กว่าจะกล้าเข้าไปขอ ฮ่าๆ

ปล2. ขอบคุณสำหรับความมันในครั้งนี้ครับ ขอบคุณจริงๆ พวกคุณให้กำลังใจกับผมมากมายเลยที่เดียว ขอขอบคุณจากใจอีกครั้งนึงครับ

 





edit @ 3 Sep 2009 02:55:49 by Ambas

เดินตามฝ(ั)น

posted on 01 Sep 2009 03:38 by ambaschobsanti

นี่มันก็ดึกแล้ว แต่ทำไมความอยากของผมมันยังพลุกพล่านอยู่ในใจนั้น ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

หากวันนั้นไม่ใช่เป็นวันที่ฝนตก ชีวิตของผมคงเป็นเฉกเช่นเดียวกันกับทุกๆวัน เหมือนหลายๆคนที่เดินเกลื่่อนกลาดตามท้องถนน ไม่ต่างอะไรจาก ดวงดาวที่ล่องลอยโคจรไปมาในจักวารอันกว้างใหญ่

ผมเดินหอบฝันมาเต็มหลัง หอบความตั้งใจมาเต็มมือ หอบความเชื่อมาเต็มอก ออกจากห้องเดินมาตามท้องถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย เดินสวนกันไปมาไรความหมาย ไรความสัมพันธ์และการเกี่ยวข้องใดๆทั้งทางกายและทางใจ หรือมันอาจจะเป็นแค่ภาพลวงตาที่ใครซักคนสร้างขึ้นมาก็ได้ ใครจะรู้ได้เล่า ในเมือเราเองยังหาหลักฐานการมีตัวตนของเราเองไม่ได้เลย ไม่ใช่หรือ

ขณะนั้นฝนตกลงมาปรอยๆพอให้เราได้รับรู้ถึงความเย็นของน้ำฝนที่ร่วงโรยมายาวนานเกินกว่าที่ผมจะรอให้มันหยุด แล้วค่อยออกเดินทางได้ อย่างที่บอกไป หากวันนั้นไม่ใช่เป็นวันที่ฝนตก ชีวิตของผมคงเหมือนทุกๆวันที่ผ่านมาและผ่านไป

ผมเดินตากฝนออกมาจากซอย แต่ก็ต้องหยุดเดินทางชั่วขณะ เพราะจากจุดที่ผมกำลังยืนอยู่นั้นมันห่างไกลจากเป้าหมายที่ผมกำลังจะไปเกินกว่าจะสามรถเดินด้วยสองเท้าต่อไป...ผมต้องหายานพาหนะ

คงไม่ยากอะไรหากผมมีต้นทุนมากมายเพียงพอที่จะเลือกยานพหนะที่สดวกสบายที่สุดในการเดินทางไปถึงจุดหมายในครั้งนี้ แต่ความจริงคือผมไม่มีทางเลือกมากนัก เพราะว่าต้นทุนของผมมันเพียงพอสำหรับยานพาหนะที่ถูกที่สุดท่านั้นเอง

ยานพาหนะที่ไร้หลังคา ไร้ที่ให้ความอบอุ่นใดๆ แต่หากผมไม่เลือกมัน ผมคงเดินทางต่อไปไม่ได้ คงโทษอะไรไม่ได้ ได้แต่ยอมจำนน ต่อใครซักคนที่เป็นคนกำหนดต้นทุนที่ว่านั้นมาให้กับผม

ผมเดินทางเร็วขึ้น แต่ก็ต้องแลกกับการวิ่งเข้าหาน้ำฝนที่เร็วและแรงขึ้นเช่นกัน แน่นอนผมแสนจะหนาวเหน็บและทรมาณ ในใจคิดย้อนถึงการตัดสินใจของการเดินทางในครั้งนี้...หรือเราจะคิดผิดที่ทำเช่นนี้กันแน่

สายฝนวิ่งสวนทางกับทิศทางของผมเหมือนความจริงวิ่งมากระแทกหน้าให้เราหยุดเดินตามความฝัน ใบหน้าของผมอาบไปด้วยหยดน้ำ ที่แม้แต่ตัวผมเองก็ไม่แน่ใจว่ามาจากตัวเองหรือจากฝากฟ้า ผมไม่รู้ว่าการเดินทางในครั้งนี้จะจบที่ไหน จบอย่างไร และไม่รู้ว่าหากผมไปถึงจุดหมายแล้วผมยังต้องเดินทางต่ออีกหรือไม ผมเพียงรู้แต่ว่า...

 

ผมกำลังเดินทาง...

 



edit @ 1 Sep 2009 04:16:55 by Ambas

แค่นี้ก็ทำไม่ได้ ?

posted on 23 Aug 2009 04:47 by ambaschobsanti

เอนทรี่สาดรูป เนทความเร็วต่ำโปรดใช้วิจารณญาณในการรับชมนะคร๊าบบ

ณ เวลา ตี 3 ของวันที่ 23 สิงหาคม มีกลุ่มชายฉกรรจหน้ามึนกลุ่มหนึ่งกำลังทำงานอย่างขมักเขม่น ไม่หลับไม่นอน เพื่อสร้างผลงานบางอย่างที่โลกต้องตกตลึง และจดจำไปอีกนานแสนนาน

พวกเขาทั้งดึง...

 

ทั้งตอก...

 

และทั้งอู้งาน...

 

จากภาพที่เราได้เห็นไปจะเห็นได้ว่า เรากำลังทำแค่ที่ไว้ใช้นั่งกันอยู่ครับ(เขียนไงหว่าไม่แน่ใจ)

เอาไว้สำหรับประกอบฉากบนเวทีงาน IT Sport Day ทำมาได้สี่วันแล้ว วันนี้เป็นคิวทำแค่ เหนื่อพอดู กลับห้องดึกๆตอลดเลย

 

หลังจากที่พวกเราทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อย ลองผิดลองถูกกันมากว่าสามร้อยวิธีเพื่อให้มันสามารถนั่งได้จริง พวกเราก็ประสบผลสำเร็จครับ มันสามารถใช้งานได้จริง !!

 

Yahhhhh !!! สำเร็จแล้ว จากรูปเราจะเห็นว่าพรีเซนเตอร์สุดหล่อของเราสามารถนั่งได้จริงครับ อีกทั้งยังสามารถนอนได้ด้วย ! 

 

หลังจากดีใจเฉลิมฉลองกันเป็นการใหญ่ เราก็เตรียมเก็บเครื่องมือเพื่อที่จะกลับห้องใครห้องมัน แต่ในระหว่างที่เติลกับมีนกำลังยกแค่ไปเก็บนั้น

เติล : เห้ยมีนหยุดก่อนๆ

มีน : มีไรวะ

เมื่อวางแค่ลงเติลลองทดสอบอะไรบางอย่าง และผลที่เกิดขึ้นคือ...

 

 

 

 

 

 

เติลลองขึ้นไปเหยีบทดสอบความแข็งแรงของแค่ดูและผลทดสอบก็ออกมาเป็นดังภาพ

ไม่ต้องบรรยายว่าอารามณ์แต่ละคนเป็นอย่างไรสั่งเกตได้จากในภาพ 

 

 

ปล.ประกาศศศศศศศศศ

นศ. ไอทีปีสองทุกท่านที่ว่างเว้นจากการงานใดๆ โปรดช่วยมาทำงานกันหน่อยนะ  งานกำลังรอท่านอยู่ มาคณะได้งานแน่นอนชัวป๊าบบ HaHa Yoo !!

 


Credit

Photo by mean

PS by Kit


edit @ 23 Aug 2009 05:30:44 by Ambas

ในระหว่างที่ผมกำลังนั่งดัดล่วดเพื่อขึ้นโครงเป็นตัวควายกันอยู่ ก็เกิดบทสนทนาบางอย่างขึ้น

 

ผม : เมิงรู้ป่าวทำไมคนไทยเรียกญี่ปุ่นว่า ยุ่น วะ

มีน : ตอนแรกกุไม่รู้หรอกลองนึกไปนึกมาพอเข้าใจว่ามันคือ ........(เซนเซอร์ไว้่เพราะว่าเป็นเรื่องสนุกๆที่กลุ่มผู้ช่ายพูดกันครับ อิอิ )

เติล : เมิงรู้ป่าวว่าคนญี่ปุ่มเรียกตัวเองว่าอะไร

ผม : ไม่รู้หวะ

เติล : เขาเรียกว่า Nippon เว้ย กุงงเลยทำไมเขาเรียกงั้น

กร : เมิงรู้ป่าวคนไทยเรียกตัวเองว่าอะไร

ผม : โห่ไอบ้าคนไทยก็คนไทยดิวะ

กร : ไม่ใช่ คนไทยเรียกตัวเองว่า "กู" เว้ย

ทุกคน :    - -"


 

edit @ 20 Aug 2009 02:59:25 by Ambas

หรือเราจะโง่กันหมด ???

posted on 17 Aug 2009 03:12 by ambaschobsanti

เมื่อกี้ผมเข้าเวปพันทิปไปเจอเรื่องน่าสนใจเลยอยากเขียนอะไรขึ้นมาหลังจากไม่ได้เขียนไปนาน รีบๆเขียนก่อนที่จะไม่มีอารมณ์เขียน -*-

ผมเข้าไปเล่นห้องเฉลิมไทยมาเจอ กระทู้นี้ เข้าไป เป็นกระทู้ประมาณเรื่องของการจับรางวัลทางที่วีเป็นรายการสด แล้วพิธีกรเกิดพลาดไม่รู้กันเลยมีอาการหลุด เอาฉลากชิงโชคที่จับได้ครั้งแรกโยนทิ้งแล้วจับใหม่ ซึ่งทำให้คนที่ดูเห็นแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าแมร่งล๊อคแน่ๆ ยังๆไงลองๆเข้าไปอ่านๆดูแล้วกันนะครับ

จากกระทู้ในเวปพันทิปหลายๆคนจะพูดประมาณว่า เห็นคนดูโง่มากหรือไงถึงได้หลอกกันได้ ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะครับ ผมไม่ได้โง่นะที่จะมาหลอกกันได้ง่ายๆ

ถ้าหลอกยากๆแสดงว่าผมไม่โง่ ???

หรือว่าการโดนหลอกคือการโง่ ???

อาจจะดูแรงไปแต่ผมแค่คิดเล่นๆนะ เหมือนทุกวันนี้การโกหก การหลอกลวงเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว รายการโทรทัศน์ล้วนนำแต่อะไรๆที่ดูดีๆมาออกให้เราดู มาแสดง มาแต่งเรื่องราวต่างๆให้เราคล้อยตาม  อะไรที่ไม่ดีๆก็ตัดทิ้งหมด นำมาหลอกเราให้เราเชื่อให้เราได้เห็นแต่สิ่งที่เขาเหล่านั้นต้องการที่จะให้เราได้เห็น

นอกจากกระทู้ที่ว่าแล้วก่อนหน้าผมได้อ่านเรื่องของดาราหนุ่มที่กำลังโดงดังไปทั่วว่าได้เล่นหนังฮอลลีหวูด โกอินเตอร์ไปใหญ่ไปโตแล้ว แต่พอสืบไปสืบมากลับพบว่าไม่มีหลักฐานอย่างที่ดาราหนุ่มคนนั้นกล่าวอ้าง แล้วก็มีการสืบประหวัดย้อนหลังไป และพบว่า สิ่งที่เขาคนนั้นได้พูดไป ได้บอกกับคนทั้งประเทศทั้งเรื่องต้นกำเนิด วงตระกูล และอดีตที่แสนจะน่ายกย่องของเขานั้น อาจะเป็นเรื่องที่เขาแต่งขึ้นมาทั้งหมดก็ได้ จำได้ว่าตอนนั้นดาราคนนี้เคยมาออกรายการเจาะใจ พิธีกรก็ซักถามเรื่องราวในอดีตของเขา ผมนั่งฟังด้วยความถึ่งและยกย่องในความสามารถและอะไรหลายๆอย่างในตัวเขา

พอผมได้อ่านเรื่องราวที่ผู้คนได้ขุดคุ้ยมาในเวปพันทิป ผมลองกลับมานั่งย้อนคิดไปถึงรายการที่ผมได้ดูในวันนั้น ผมรู้สึกว่า ผมโดนหลอก แล้วหละ

หรือว่าคนเราไม่อาจขาดการโกหกไปได้ ทั้งๆที่เราไม่ชอบสิ่งนี้ แต่บางครั้งเราก็ยังทำกันอยู่ไม่ใช่หรือ หากโลกนี้มีแต่ความจริง ชีวิตของเราจะเป็นอย่างไรก็น่าคิดนะครับ

"เกลีดความรักที่ทำให้เราต้องเสียใจ แต่ยังค้น และยังจะหามันเรื่อยไป"